วิธีง่ายๆ เพื่อการท่องจำอัลกุรอาน อิสลามกับวันวาเลนไทน์ เทศกาลวาเลนไทน์ … สำหรับใคร


สิ่งสำคัญที่ถูกมองข้ามเพราะการที่รักข้างเดียว


ให้ความ สำคัญต่อกัน
____________


ทุกครั้งที่ตื่น..จะได้ยินเสียงเธอ …
“Morning ja, have a nice day na ja”

ตอนนั่งทำงาน..จะได้ยินเสียงเธอ …
“งาน ยุ่งมั้ยค่ะ..อย่าเครียดนะ ..เดี๋ยวหน้าแก่ไม่รู้ด้วย”

ก่อนพัก เที่ยง..จะได้ยินเสียงเธอ …
“ทานอะไรเอ่ยวันนี้ ..ขอให้อร่อยนะจ๊ะ”

ก่อน เลิกงาน..จะได้ยินเสียงเธอ …
“เย็นนี้ติดธุระที่ไหนมั้ย? ทานข้าวเย็นด้วยกันนะคะ”

ตอนกลับบ้าน..จะได้ยินเสียงเธอ …
“ขับ รถดีๆนะคะ ..ถึงแล้ว..กดมาบอกหน่อยนะ”

ทุกครั้งก่อนนอน..จะได้ยิน เสียงเธอ …
“Good night and sweet dream na ja”
----------------------------------

นี่คือ..ความรู้สึกของผู้หญิงคน หนึ่ง.. ที่ต้องการแสดงออก..กับชายที่รักของตน..
โดย ที่ไม่ได้สนใจตัวเองว่า ..จะเหน็ดเหนื่อยขนาดไหน

ในอาทิตย์แรก … ผมรอคอยแต่..เวลาที่จะได้พูดคุยกับเธอ ..ไม่เป็นอันทำการทำงาน..
รอแต่ เวลาที่จะได้เจอกัน.. หัวใจเริ่มพองโต

เดือนแรกผ่านไป … ความสนิทสนม..ทำให้เรารู้ใจกันมากขึ้น...
เรามีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้ง ต่อกันและกัน.. คำสัญญาเกิดขึ้นมากมาย

3 เดือนผ่านไป … ผมเริ่มเปลี่ยนไป สิ่งที่เธอทำผมเริ่มเย็นชา มีแต่คำว่า เออ ว่าไง
มีอะไรอีกป่าว แค่นี้นะ … แต่เธอยังเหมือนเดิม

6 เดือนผ่านไป … ผมจำไม่ได้ว่า..ครั้งสุดท้ายที่โทรหาเธอเมื่อไหร่ … แต่เธอยังคงโทรหาผม..ทุกวัน

เดือน ที่ 7 … เธอทวงถามสัญญา..ที่เราทั้งสองได้สัญญากันไว้ … รักนิรันดร์ของเรา..อยู่ที่ไหน?

ผมไม่รู้ว่า..เกิดอะไรขึ้นกับ เรา.. นับวันยิ่งจะเข้าใกล้-วันที่เราต้องจากกัน.. ผมไม่รู้ว่า..ผมรักเธอหรือป่าว..หรือมีเธอไว้แก้เหงาเพียงครั้งคราว.. ไม่ได้แกล้งหลอก..เพื่อนอนกับเธอ..แล้วก็ทิ้งไป

แต่ทำไม..นับวันยิ่งเย็นชากับเธอ.. ทั้งที่เธอแสนจะน่ารัก..และเอาใจเก่ง

ทุก วันนี้..เราไม่ได้เจอกันแล้ว ..เราห่างกันไปโดยอัตโนมัติ
เธอจาก ไป..ด้วยรอยยิ้มที่แสนหวาน..ผมยังจำได้ ..ผมมองจนเธอหายไปจากเบื้องหน้าผม.. ทำไมผมถึงรู้สึกเฉยๆได้

หนึ่ง เดือนถัดมา …

ผมรู้สึกว่า..ผมได้สูญเสียบางอย่าง ไป..เป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่เลย..ก็ว่าได้

ไม่มีเสียง หวานๆ..คอยไต่ถามทุกข์สุข

ไม่มีเสียงหวานๆ..คอยเป็นห่วงเป็นใย

ไม่ มีรอยยิ้มหวานๆ.. ตอนที่ผมอ่อนล้า

ไม่มีคำพูดจาที่เลิศเลอ.. ตอนที่หมดกำลังใจ

ไม่มีคนคอยเตือน ..ตอนที่ผมเกเร

ไม่ มีคนคีบผักให้ ..ตอนผมกินสุกี้

ไม่มี ฯลฯ. …

และก็ไม่ มีแล้ว..ผู้หญิงที่ยอมสละทุกอย่าง..เพื่อปกป้อง..ผู้ชายที่ไร้หัวใจ-อย่างผม .. ไม่มี…อีกแล้ว

ใบหน้าที่ยิ้มแย้มของเธอ..ที่ผมเห็นครั้งสุด ท้าย
คงเป็นการแสร้งทำของเธอ..เพื่อให้ผมรู้ว่า..เธอเข้มแข็งพอ-ที่จะ เดินจากผมไป ..แต่ข้างในจิตใจของเธอ..คงถูกความเย็นชาของผม..ทำลายจนแหลกเหลว..แทบไม่ เหลือชิ้นดีแล้ว

"ผมทำอย่างงั้นไป..ได้ยังไง?"

เวลาผ่านไป..เธอเริ่มจะเข้มแข็งขึ้น ..แต่ผมกลับเริ่มอ่อนแอลง
การกระทำหลายๆอย่าง..มันยังวนเวียนอยู่ใน หัว..

ความรู้สึกผิด..เกิดขึ้นมากมาย
อยากจะพูดขอโทษกับเธอ สักพันครั้ง..เพื่อให้ทุกอย่าง..กลับมาเหมือนเดิม …
แต่มันคงเป็นไปไม่ ได้.. ผมได้สูญเสีย..สิ่งที่มีค่าที่สุดไปแล้ว

คงจะรู้สึกดีขึ้น ไม่น้อยเลย.. ถ้าตอนนี้..เธอมาอยู่ในอ้อมกอดของผม แต่มันสายไปซะแล้ว

ความ รัก..มันละเอียดอ่อน..เกินกว่าที่จะให้ใครคนใดคนหนึ่ง..ดูแลรักษาหรือรับผิด ชอบ

จำความรัก 3 ประเภท..ได้มั้ย?

1. ผู้หญิง..รักผู้ชาย
2. ผู้ชาย..รักผู้หญิง
3. ผู้หญิง..กับ..ผู้ชาย..รักกัน

ถ้าคู่ไหน..มีทั้ง 3 ข้อนี้นะ ..รับรองได้เลย......(ไม่บอกก็รู้นะ)
แต่ถ้าคู่ไหน..มีแค่ข้อ 1 ..หรือข้อ 2.. ก็เตรียมใจกันไว้บ้างนะ

ความรักเป็นสิ่งมหัศจรรย์ ที่สุดในโลก เป็นแรงผลักดันให้คนเราทำได้ทุกอย่างขอแค่เรามีนั้นมีรัก แต่คนเรานี้ก็แปลกถ้าได้รับอะำไรมากเกินไปก็มักจะเบื่อ มักจะไม่สนใจใยดี แต่พอมันหายไปจริงๆ

คนเราก็จะมาคิด ถึง มาเศร้าเสียใจ โหยหา.....

ขอให้ทุกท่านที่มี ความรักอยู่ หรือมีคนที่รักคุณอยู่ จงอย่าเย็นชากับเค้ามากจนเกินไป จงรู้จักบริหารรักของท่านให้ดี ถ้าวันไหนทีมีอันต้องเสียไปจิงๆ อย่างน้อยคุณจะรู้สึกว่าคุณได้พยายามที่จะรักษามันไว้อย่างดีที่สุดแล้ว...



"หวง" คือ การทำให้ตัวคุณเองมีความสุข
"ห่วง" คือ การทำให้คนที่คุณรักมีความสุข

"หวง" คือ การผูกมัดคนที่คุณรักไว้ด้วยกาย
"ห่วง" คือ การผูกมัดคนที่คุณรักไว้ด้วยใจ

"หวง" คือ การเห็นแก่ตัว
"ห่วง" คือ การเสียสละ

"หวง" คือ การที่คุณให้เขาทำอะไรในกรอบของคุณ
"ห่วง" คือ การที่คุณให้เขาทำอะไรในกรอบของเขา

"หวง" คือ ประโยคคำสั่ง
"ห่วง" คือ ประโยคขอร้อง

"หวง" คือ คุณรักเขาและต้องการให้เขารักคุณ
"ห่วง" คือ คุณรักเขาแต่ไม่ต้องการให้เขารักคุณ

"หวง" คือ สิ่งที่คุณทำแล้วเกิดความทุกข์ใจ
"ห่วง" คือ สิ่งที่คุณทำแล้วเกิดความสุขใจ

"หวง" คือ การทำสิ่งที่ไร้สาระเพื่อให้เขาต้องอยู่กับคุณ
"ห่วง" คือ การทำสิ่งมีสาระที่ไม่ต้องการให้เขาอยู่กับคุณ

"หวง" คือ การออกไปเต้นแร้งเต้นกา
"ห่วง" คือ การอยู่เฉย ๆ นั่งมองเพียงเงียบ ๆ

"หวง" คือ การบังคับขู่เข็ญโดยเขาไม่เต็มใจ
"ห่วง" คือ การปล่อยให้เขาได้ทำในสิ่งที่เขาพอใจ

"หวง" คือ ความรักที่จอมปลอม
"ห่วง" คือ ความรักแท้จริง

และ ...

"หวง" คือ การที่คุณหลอกตัวเองว่าเขารักคุณ
"ห่วง" คือ การที่คุณหลอกตัวเองว่าเขาไม่รักคุณ....

AMR MOSTAFA-LAMASTAK

เป้นเพลงจากหนังละครของอาหรับ

***************************************************************************************
AMR MOSTAFA-BERTAH MAAK

อันนี้สบายๆแบบโรแมนติก ริมชายหาด...

[MV] ระยะทำใจ : กัน The Star 6

[MV] เซน - พิมพ์คำว่ารักไว้... ไม่กล้าส่ง

[MV] นิยาย - โตโน่ The Star 6

[MV HD] ริท (Rit) เดอะสตาร์ 6 (The Star6) - How To


อัสสลามมูอาลัยกุม



วันนี้ คิดถึง รู้บ้างไหม

ทำอะไร ทำไม ไม่ติดต่อ

ตื่นตอนไหน ไม่โทรบอก คนเฝ้ารอ

จ้องแต่จอ โทรศัพท์ นับเวลา



กินข้าวยัง หรือไป ไหนมาบ้าง

สารพัดอย่าง สรรหา มาไต่ถาม

ไร้สาระ พูดคุย ไม่นับความ

หลงตาม ชัยฏอน ทุกวันวาน



หนุ่มถาม สาวตอบ มิเชือนช้า

ไม่สน นาฬิกา ที่วนผ่าน

ลืมหน้าที่ ลืมเวลา ลืมวันวาน

ลืมกรุอาน ทางนำ สอนอย่างไร

ลืมไปว่า หนุ่มสาว ต้องขับเคลื่อน

ลืมฟังคำ ตักเตือน ใจมืดไหม้

ลืมนึก ว่าตัวเอง นั้นเป็นใคร

มีหน้าที่ อย่างไร ต่ออิสลาม



ลืมแล้วว่า วันนี้ ทำสิ่งใด

ต้องนำไป ตอบคำถาม ในวันหน้า

ลืมว่าขาด ทุนกับ กาลเวลา

เพราะดวงตา และหัวใจ เมินทางนำ



เพราะหลงสิ่ง ผู้ปฏิเสธ หยิบยื่นให้

หลงคิดไป ว่าอินเทรนด์ นำแฟชั่น

หลงว่าที่ คนหมู่มาก กระทำกัน

คือสิ่งนั้น ไม่อนุมัติ ในอิสลาม



เอาอย่างอื่น มาชี้ถูก กับศาสนา

เพียงเพราะว่า ตอบเอง มิไต่ถาม

แค่คุยเอ็ม มิเห็นหน้า แค่ข้อความ

แค่ไต่ถาม ผ่านมือถือ แค่นั้นเอง



แค่ซ้อนท้าย เพราะต้องไป ทางเดียวกัน

ประหยัดน้ำ มันตามรัฐ แนะนำไว้

แค่ไปส่ง เพราะผู้หญิง มิปลอดภัย

แค่ติวให้ เพราะเราเรียน รู้ร่วมกัน



คงลืมไป ว่าแค่นั้น ที่บอกไว้

คือ เข้าใกล้ ซินา ผิดมหันต์

คงลืมว่า อิสลาม คือ ป้องกัน

มิใช่การ แก้ไข เมื่อสายเกิน



ทบทวน ทบทวน ตัวเองใหม่

แล้วตั้งใจ หยุดมันเถิด หนุ่มสาวเอ๋ย

อย่าหลงตาม ชัยฏอน ชี้นำเลย

อย่านิ่งเฉย กับการทำ ตามนัฟซู



การอภัย พระผู้สร้าง ให้เสมอ

แค่เพียงเธอ บอกพระองค์ ผู้ทรงรู้

แล้วหยุดสิ่ง ที่เคยทำ ตามนัฟซู

เร่งเชิดชู ทางนำ ของอิสลาม



อย่าลืมว่า พวกเธอ คือความหวัง

คือพลัง อันยิ่งใหญ่ ของศาสนา

คือต้นกล้า ที่เข้มแข็ง แห่งศรัทธา

คือหน้าตา ของ อัล- อิสลาม

....โปรดบอกต่อๆไปสำหรับคนที่นับถือศาสนา อิสลามนะคร๊าบ.......
....ขอบคุณทีเข้าร่วมอ่าน....

ครั้งหนึ่งมีผู้มีอำนาจในเมืองไทย 3 คนเดินทางไปราชการและไปตรวจสอบผลประโยชน์ส่วนตัวตามต่าง

จังหวัด โดยไปพร้อมกันบนเครื่องบินลำเดียวกัน ระหว่างบินก็สนทนาแสดงความเก่งทางความคิดตัวเอง

ออกมา

วีระ : เนี่ยะ ถ้าผมทิ้งแบงค์ 1000 ลงไป คนที่เก็บได้ 1 คนจะต้องมีความสุขแน่ๆ

คุณจตุพรหลังจากได้ฟังก็อดรนทนไม่ไหว แสดงความคิดอันปราดเปรื่องตัวเองออกมาบ้าง

จตุพร : ส่วนผม ผมจะทิ้งแบงค์ 500 ลงไป 2 ใบจะมีคนที่เก็บได้ถึง 2 คนที่มีความ สุข

คุณทักษิณเมื่อได้ยินลูกน้องพูดกัน มันรู้สึกคันปาก อดไม่ได้ที่จะต้องพูดโอ่ถึงความคิดอันแสนฉลาดของตัวเอง

ทักษิณ : เฮ้ย อะไรกัน ความคิดตื้นๆรู้ไม่จริงกันทั้ง 2 คนเลย ของผมนะ ผมจะทิ้งแบงค์ 100 ลงไป

10 ใบ จะมีคนตั้ง 10 คนเชียวนะที่ดีใจ

ลูก น้องทั้ง 2 คนเมื่อได้ฟังดังนั้นก็รู้สึกทึ่งในความคิดอันลึกล้ำของนายใหญ่ ถึงกับออกปากชมเปาะ ปรบ

มือชื่นชมด้วยความเลื่อมใสศรัทธาความคิดอัน ไม่มีผู้ใดเทียบเทียมได้ของ ท่านผู้นำ

แต่ ภายในห้องนักบินซึ่งได้ยินการสนทนาของผู้มีอำนาจทั้ง 3 คนโดยตลอด หนึ่งในนักบินจึงพูดขึ้นมา

นักบิน : ถ้ากูทิ้งพวกมึงทั้ง 3 คนลงไป จะมีคน 60 ล้านคนทั้งประเทศไทยดีใจเป็นแน่นอน...


คุณลักษณะของชายที่จะเลือกมาเป็นคู่ครอง

เขียนโดย ซอลาหุดดีน

การ แต่งงานเป็นสิ่งที่อิสลามส่งเสริมให้เกิดขึ้นเพื่อเป็นการรักษาความ บริสุทธิ์ของผู้หญิงและผู้ชาย ให้ออกห่างจากการที่ต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการทำซินาหรือผิดประเวณี ในเมื่อการแต่งงานนั้นเป็นสิ่งที่อิสลามส่งเสริมและให้ความสำคัญ และการแต่งงานนั้นเป็นการเคารพภักดีต่ออัลลอฮด้วย เราจะเห็นในหะดีษก็ดี หรือข้อเขียนของนักวิชาการจำนวนมาก มักจะกำหนดคุณลักษณะของผู้หญิงที่เราจะหามาเป็นคู่ครอง แต่ในที่นี้ผมขอหยิบยก การที่ผู้หญิงจะสรรหาผู้ชายมาเป็นคู่ครอง ประการแรกที่จะต้องพิจรณาสำหรับคนที่จะเข้าสู่ประตูวิวาห์ หรือต้องการที่จะสละโสด ก็คือต้องพิจรณาในเรื่องศาสนาของผู้ชาย จำเป็นที่ผู้ชายคนนั้นเป็นมุสลิมที่มีความเอาใจใส่ในเรื่องของศาสนา และเป็นผู้ที่ปฏิบัติตามบทบัญญัติของอิสลามในการดำเนินชีวิตของเขา ผู้ที่เป็นผู้ปกครองของฝ่ายหญิงจะต้องสืบดูว่าผู้ที่จะมาแต่งงานกับลูกสาว ของเรา ไม่ใช้มองแต่รูปกายภายนอกของผู้ที่จะมาเป็นสามีลูกสาวของเรา เช่นจะต้องเป็นผู้ที่มีทรัพย์สิน เป็นผู้ที่มีชื่อเสียงเป็นที่นับหน้าถือตาของคนในสังคม โดยที่ไม่คำนึงว่าคนนั้นจะมีความเข้าในเรื่องศาสนาหรือไม่ และสิ่งที่ควรพิจรณาเป็นประการแรกในเรื่องนี้ก็คือ การละหมาดเพราะว่าการละหมาดนั้นเป็นสิทธิที่บ่าวจะต้องปฏิบัติต่ออัลลอฮ ดังนั้นผู้ใดที่ไม่ทำการละหมาด เขาก็เป็นผู้ที่บกพรองหน้าที่ที่เขามีต่อพระเจ้า แน่นอนผู้ที่ละเลยหน้าที่ของเขาที่มีต่อพระเจ้า เขาก็ย่อมละเลยหน้าที่ที่มีต่อผู้อื่นเช่นเดียวกัน ดังนั้นชายที่เป็นผู้ศรัทธาเอาจะไม่เอาเปรียบ ข่มเหงภรรยาของเขาอย่างแน่นอน หากเขารักภรรยาของเขา เขาก็จะให้เกียรตินาง และหากเขาไม่พอใจนางเขาก็ไม่อธรรมต่อนาง และคุณลักษณะดังกล่าวนั้นไม่มีในหมู่ผู้ชายที่ไม่ใช่ผู้ศรัทธา เราจะเห็นว่าอัลลอฮได้กล่าวไว้ในอัลกุรอานว่า แม้แต่ชายที่เป็นทาสของผู้อื่นที่เป็นผู้ศรัทธาต่ออัลลอฮนั้นดีกว่าชายที่ เป็นผู้ตั้งภาคต่ออัลลอฮ ถึงแม้ชายที่ตั้งภาคีจะเป็นที่ชอบพอของเราก็ตาม เพราะมุสลิมเราในการมีชีวิตนั้นเราต้องใช้ชีวิตเพื่อเป็นการภักดีต่ออัลลอฮ เพราะจุดประสงค์ของอัลลอฮในการที่พระองค์ได้มีบัญญัติให้มุสลิมทำการแต่งงาน นั้นก็เพื่อต้องการที่จะสร้างครอบครัวที่ศรัทธาต่อัลลอฮ ดังนั้นการเลือกคู่ครองนั้นเป็นการบอกถึงเจตนาของเราว่าเราจะสร้างครอบครัว ในอนาคตของเราออกมาในรูปแบบใด ดังนั้นผู้นำครอบครัวนั้นถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างครอบของมุสลิมให้ เป็นไปตามความต้องการของอัลลอฮ อัลลอฮได้กล่าวไว้เกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า


قال الله تعالى : (ولبعد مؤمن خير من مشرك ولو أعجبكم )
อัลลอฮตาอาลาได้ ตรัสไว้ว่า และแน่นอนบ่าวที่เป็นผู้ศรัทธานั้นย่อมดีกว่า ชายที่เป็นผู้ที่ตั้งภาคี ถึงแม้เขาจะเป็นที่ชอบพอแก่พวกเจ้า

وقال النبي صلى الله عليه وسلم : ( إذا جاء كم من ترضون دينه وخلقه فأنكحوه ، إلا تفعلوا تكن فتنة في الأرض وفساد عريض ) رواه الترمذي
ท่านนบีศอลลัล ลอฮู อะลัยอิวะซัลลัมได้กล่าวว่า (เมื่อมีบุคคลที่พวกเจ้ามีความพอใจ ในศาสนาและมารยาทของเขาได้มายังพวกเจ้า(หมายถึงมาสู่ขอลูกสาว) ดังนั้นพวกเจ้าจงทำการนิกาฮให้แก่เขา มิเช่นนั้นพวกเจ้าได้ทำให้เกิดความเสียหายอย่างมากมาย)
รายงานโดย ท่านอัตติรมีซีย์

และอิสลามนั้นส่งเสริมให้แต่งงานกับชายที่มีความรู้ และเคร่งครัดในนเรื่องศาสนา และชายที่มีตระกุลที่ดี เช่นเป็นที่รู้ว่าเป็นตระกูลที่อยู่ในสิ่งที่เป็นความดีและคุณธรรม ก็หมายความว่าตัวของผู้ชายที่เราจะแต่งงานแล้ว เราจะต้องมองไปดูอีกว่าเครือญาตพี่น้องของเขาเป็นอย่างไร โดยเฉพาะพ่อแม่ของเขา ถ้าพ่อแม่ทั้งสองของเขาเป็นคนดีที่มีความยำเกรงต่ออัลลอฮ ก็เป็นการดีเพราะความดีของคนดีที่ตายไปแล้วความดีของเขายังผลมายังคนรุ่นลูก หลาน ตัวอย่างในซูเราะห์ อัลกะฟีย์ที่อัลลอฮได้ปกป้องทรัพย์สินของเด็กกำพร้าในฐานะที่พ่อแม่ทั้งสอง ของเขาเป็นคนดี ความดีของคนทั้งสองนั้นได้รับผลมายังลูกของเขาทั้งสอง
قال الله تعالى : (وأما الجدار فكان لغلامين يتيمين في المدينة وكان تحته كمز لهما وكان أبوهما صالحا فأراد ربك أن يبلغا أشد هما ويستخرجا كنزهما رحمة من ربك )
(และส่วนเรื่องกำแพงนั้น มันเป็นของเด็กกำพร้าสองคนที่อยู่ในเมือง และใต้กำแพงนั้นมีขุมทรัพย์ของเขาทั้งสอง และพ่อของเด็กทั้งสองเป็นคนดี ดังนั้นพระผู้เป็นเจ้าของท่านประสงค์ที่จะให้เด็กทั้งสองบรรลุความเป็น ผู้ใหญ่ และจะให้เด็กทั้งสองเอาขุมทรัพย์ของทั้งสองออกมา เป็นความเมตตาจากพระเจ้าของท่าน)อัลกะฮฺฟฺ อายะที่ 82
จากอายะนี้จะเห็น ว่าความดีของบิดาที่ล่วงลับไปแล้วยังผลที่ดีมายังลูกมันเป็นการให้เกียรติ ของอัลลอฮที่ให้แก่เขาในฐานะที่เขาเป็นผู้ศรัทธา เช่นเดียวกันการที่เราลูกคู่ครองจากสายเลือดที่ดีๆ สิ่งดีๆเหล่านั้นจะยังผลมายังลูกหลานของเรา

แต่ในปัจจุบันจุด ประสงค์ของการแต่งงานนั้นได้หายไปจากสังคมของเรา การแต่งงานนั้นกลับกลายเป็นประเพณี นิยมที่มักจะอวดกันในเรื่องของมะฮัร และตำแหน่งการงานของคู่บ่าวสาว โดยน้อยคนมากที่จะมาคำนึงในเรื่องความศรัทธาของคู่บ่าวสาวที่ได้ทำการสมรส กัน เลยทำให้เยาวชนรุ่นหลังที่เกิดมานั้นมีพฤติกรรมที่สวนทางกับคำสอนของศาสนา และมีนิสัยที่แข็งกระด้างไม่เชื่อฟังต่อพ่อแม่ และครูบาอาจารย์และยังเป็นปัญหาในการอบรมอีกด้วยจะเห็นว่าเด็กสมัยนี้ การอบรมพวกเขาโดยเฉพาะในเรื่องพฤติกรรมนั้นทำได้ยากมาก ดังนั้นการแต่งงานนั้นไม่ใช้เป็นการลองผิดลองถูก แต่มันเป็นสิ่งที่มีความสำคัญในการสร้างอุมมะห์ที่ดีที่จะมาเป็นกำลังสำคัญ ของอิสลาม ดังนั้นคู่บ่าวสาวที่จะทำการสมรสกันนั้นจะต้องมีเจตนาที่ในการแต่งงานด้วย ก็คือเรามีเจตนาให้เป็นไปตามที่อัลลอฮต้องการ ไม่ใช้มีเจตนาในการแต่งงานของตัวเองเป็นเพียงการปลดปล่อยอารมณ์ทางเพศเพียง อย่างเดียว หมายถึงหลังจากการแต่งงานของเรา เรามีภาระที่หนักอึ้งก็คือการอบรมลูกของเราให้เป็นคนดีเป็นผู้ศรัทธาต่ออัล ลอฮ

และเช่นเดียวกันในการเลือกคู่ครองเราต้องดูผู้ชายที่มีงานทำ สามารถมาเลี้ยงตัวเองและสมาชิกในครอบครัวของเขาได้เช่นกัน ในปัจจุบันเราต้องยอมรับว่าส่วนหนึ่งจากปัญหาการหย่าร้างก็คือ การที่ผู้ชายไม่สนใจครอบครัว ก็คือผู้ชายไม่ทำงานหาเลี้ยงครอบครัวและไม่พยายามที่จะทำงานสุดท้ายก็นำพา ครอบครัวสู่ความแตกแยกและหย่าร้าง ดังนั้นอิสลามส่งเสริมในเรื่องของการแต่งงานแต่อิสลามก็ส่งเสริมให้การแต่ง งานนั้นเป็นการแต่งงานที่มีความมั่นคง ก็คือคู่บ่าวสาวสามารถดำเนินชีวิตโดยมีความสุข และส่วนหนึ่งที่ทำให้คนเรามีความสุชในการดำเนินชีวิตได้ก็ คือการที่ผู้นำครอบครัวมีความสามรถที่จะทำการเลี้ยงดูคนในครอบครัวได้ สามารถเลี้ยงดูคนในครอบครัวได้ไม่ได้หมายถึงให้เลือกคนที่รวยมีฐานะ แต่หมายถึงผู้ที่สามารถทำงานเลี้ยงครอบครัวได้
สืบเนื่องจากคำพูดของ ท่านนบีศอลลัลลอฮู อะลัยอิวะซัลลัมที่ท่านได้แนะนำฟาติมห์ บินติ กัยซ รอฏิยัลลอฮูอันฮาในขณะที่นางได้มาขอคำปรึกษาต่อท่านนบี ในขณะที่มีชายสามคนมาทำการสู่ขอนางโดยที่ท่านนบีได้กล่าวว่า
( أما معاوية فرجل ترب ( أي فقير ) لا مال له ....)
สำหรับมูอาวิยะนั้นเป็น ชายที่มีความขัดสนยากจน ไม่มีทรัพย์สิน
จากหะดีษนี้ได้มีชายสามคนมาขอ ผู้หญิงคนหนึ่งแล้วนางมาขอคำปรึกษากับท่านนบี ท่านนบีก็ได้ให้ทางออกด้วยการแนะนำชายที่มีความเหมาะสมทีทำการเลี้ยงดูนาง ก็คือท่านนบีได้บอกว่ามูอาวิยะไม่มีความเหมาะสมที่จะทำการเลี้ยงดูนางก็ เนื่องจาก เขาเป็นคนที่ไม่มีทรัพย์สิน การที่ท่านนบีแนะนำไม่ให้แต่งงานก็มูอาวิยะนั้นไม่ได้หมายความว่า เป็นการห้ามแต่งงานกับคนที่ยากจน ก็หมายถึงท่านนบีมองดูจากคนสามคนที่มาใครมีความเหมาะสมมากที่สุด เพราะบางครั้งผู้หญิงมีฐานะแล้วมีผู้ชายที่มีความยากจนมาสู่ขอก็ไม่ใช้ปัญหา ที่นางจะแต่งงานกับชายผู้นั้น ก็อิสลามมองถึงผลประโยชน์สูงสุดของการแต่งงาน เช่นการครองเรือนของคู่บ่าวสาวนั้นจะต้องให้อยู่กันนานๆ เหมือนที่กล่าวมาแล้วปัจจัยในการดำเนินชีวิตของคนเราคงไม่มีใครปฏิเสธว่า ทรัพย์สินนั้นเป็นส่วนหนึ่งจากปัจจัยของการดำเนินชีวิต แต่ไม่ได้หมายความว่าอิสลามมองแต่เรื่องทรัพย์สินป็นอย่างเดียว จากหะดีษที่กล่าวมาแล้วเป็นการกล่าวของท่านนบี ตามวาระและความเหมาะสมของผู้ที่มาถามท่าน เช่นบางครั้งมีคนมาขอให้ท่านนบีสอนในเรื่องศาสนา บางคนท่านนบีสอนเขาในเรื่องของการรู้จักระงับอารมณ์ ก็ท่านนบีรู้ถึงจุดบกพร่องของคนที่มาถาม เช่นบางคนเป็นคนโกรธง่าย บางคนท่านนบีบอกว่าให้ละหมาดให้ตรงเวลาของมัน แต่ถ้าคนสองคนที่มาขอผู้หญิง อีกคนเป็นคนที่มีฐานะแต่บกพร่องในเรื่องศาสนา อีกคนเป็นคนที่ไม่มีฐานะแต่มีความเคร่งครัดศาสนา ในกรณีนี้ให้เลือกคนที่มีศาสนาเป็นอันดับแรก ก็หมายความว่าจากหะดีษที่ผ่านมาคนทั้งสามที่มาทำการสู่ขอ ฝาติมะห์ บินติ กัยซ ทั้งสามคนนั้นเป็นคนที่มีศาสนาทั้งสามคน แต่ท่านนบีเลือกคนที่มีความเหมาะสมกับนางที่สุด

และอีกประการที่ ผู้หญิงจะต้องดูในการที่จะตกลงแต่งงานกับใคร ก็คือ มารยาทของผู้ชายต้องไม่เป็นผู้ชายที่ชอบใช้อารมรณ์ตัดสินปัญหา และชอบทำร้ายผู้หญิงด้วยการทุบตี เหมือนตอนหนึ่งของหะดีษที่ผ่านมา
( أما أبو جهم فلا يضع العصا عن عاتقه )
สำหรับอาบูญะฮมฺ เขาไม่เคยวางไม้เท้าของเขาจากบ่า ของเขาเลย
หนึ่งในสามที่มาสู่ขอ ฟาติมะห์ บินติ กัยซฺ ก็คือ อาบูญะฮมฺ ท่านนบีบอกว่าอาบู ญะฮมฺ นั้นไม่เหมาะสมกับนางเนื่องจากเขาชอบทุบตีผู้หญิง เป็นนิสัยส่วนตัวของเขา.
และ ส่งเสริมให้แต่งงานกับผู้ที่สุขภาพดีปราศจากโรค เช่น โรคที่เกี่ยวกับการสืบพันธ์ การเป็นหมั้น หรือ หมดสมรรถภาพทางเพศ
และ ที่สำคัญที่สุดผู้ชายต้องเป็นผู้ที่รู้ในเรื่องของฮุกุม ที่มีอยู่ในอัลกุรอาน และซุนนะห์ของท่านนบี ถ้าได้อย่างที่กล่าวมาถือ ว่าเป็นความอันมากมายของการใช้ชีวิตคู่ของบ่าวสาว

และอนุญาตให้ ผู้หญิงและผู้ชายที่มาทำการสู่ขอกันมองดูซึ่งกันและกัน ในขอบเขตที่ศาสนาได้กำหนดไว้ โดยมีเงื่อนไขจะต้องมีผู้ปกครองฝ่ายหญิงอยู่ด้วย จะให้หญิงอยู่กันเพียงลำพังสองคนไม่ได้ .
และเป็นหน้าที่ของผู้ปกครอง ของฝ่ายหญิงที่จะต้องสอบถามถึงมารยาท ตลอดเรื่องศาสนาของผู้ที่จะมาทำการสู่ขอลูกสาวเรา จากบุคคลที่ไว้ใจได้ เพื่อขอคำปรึกษากับเขาในเรื่องนี้.
และสุดท้ายที่ลืมไม่ได้ก็ คือ การขอให้อัลลอฮเป็นผู้เลือกสรรให้ก่อนที่เราจะทำการตัดสินใจก็ให้ละหมาดอิส ติกอเราะห์ขอต่ออัลลอฮ......
******ติดตาม ตอนที่ 2 ถัดไปได้เลยครับ******

About this blog

ขับเคลื่อนโดย Blogger.

ขำๆกับภาพหลุด

About

ผู้เข้าชม

free counters